LofCoolFlashNews 1.0 - Mootool 1.1

ประวัติบริษัท

..............................................

วิสัยทัศน์ พันธกิจและค่านิยม

..............................................

โครงสร้างบริษัท

..............................................

รายงานจากคณะกรรมการ

..............................................

คณะกรรมการบริษัท

..............................................

ข้อบังคับของบริษัท

..............................................

นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี

..............................................

นโยบาย Anti Corruption

..............................................

จรรยาบรรณทางธุรกิจ

..............................................

กิจกรรม OPPORTUNITY DAY

..............................................

แผนผังเว็บไซต์

..............................................

บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน)




     ก่อตั้งเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2531 ในนาม " บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด" ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจำนวน 6 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกอบธุรกิจการให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง โดยมีผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทและบริหารงานร่วมกัน 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม "มิตรภาพส่งเสริมการลงทุน" ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มนักธุรกิจ และกลุ่ม "บัวหลวง" ซึ่งมีประสบการณ์ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายรถยนต์มือสองมาก่อน โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นในอัตรา 50 : 50 โดยมีคุณเจริญสุข กิจอิทธิ และคุณวิเชียร ชินประพินพร เป็นตัวแทนผู้บริหารของกลุ่มแรก และคุณสุทัศน์ สถิตธรรมรัตน์ เป็นตัวแทนผู้บริหารของกลุ่มบัวหลวง นับตั้งแต่เปิดดำเนินการมา บริษัทได้มีการเพิ่มทุนจดทะเบียนมาเป็นลำดับโดยได้เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็นจำนวน 36 ล้านบาท ในปีเดียวกับที่บริษัทเปิดดำเนินการ ต่อมาในปี 2535 และปี 2538 บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 56 ล้านบาท และ 168 ล้านบาท ตามลำดับ
     ในช่วงเริ่มต้นของการดำเนินกิจการ บริษัทมุ่งเน้นธุรกิจด้านการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสอง ทั้งประเภทการให้สินเชื่อแก่ผู้ซื้อรถยนต์รายย่อยโดยผ่านผู้จำหน่ายรถยนต์มือสอง และการให้สินเชื่อแก่ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองเพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการจัดซื้อรถยนต์มาเพื่อจำหน่ายหรือที่เรียกว่า การให้สินเชื่อแบบ Floor Plan ซึ่งการให้สินเชื่อทั้งสองประเภทของบริษัทในอดีตมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ยกเลิกการให้บริการสินเชื่อแบบ Floor Plan นับตั้งแต่ปี 2538 เป็นต้นมา และมุ่งเน้นเฉพาะการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองแก่ผู้ซื้อรถยนต์รายย่อย แต่ในปี 2547 และ 2548 บริษัทได้ให้สินเชื่อแบบ Floor Plan แก่ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองจำนวนทั้งสิ้น 2 ราย และ 4 ราย ตามลำดับ เพื่อใช้เป็นแหล่งเงินทุนในการจัดซื้อรถยนต์อีกครั้ง โดยให้สินเชื่อแก่ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสอง ในวงเงินไม่เกิน 7.00 ล้านบาทต่อราย ระยะในการให้สินเชื่อ 3 - 6 เดือนต่อรายการ โดยมีสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์ และชุดโอนเป็นหลักประกัน อย่างไรก็ดี ในปี 2549 บริษัทได้ยกเลิกและไม่มีนโยบายในการปล่อยสินเชื่อแบบ Floor Plan เนื่องจากการให้สินเชื่อดังกล่าวในปีที่ผ่านมานั้นเป็นกลไกของการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (market share) และขยายการตลาดมากกว่ามุ่งทำเพื่อเป็นธุรกิจ หรือมุ่งหวังรายได้ที่เกิดขึ้น
     เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 บริษัทได้จดทะเบียนเพิ่มทุนกับกระทรวงพาณิชย์จากทุนจดทะเบียนเดิม 904,853,296 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,342,349,708 บาท ซึ่งเป็นการเพิ่มทุนโดยเสนอขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ส่งผลให้ธนาคาร ธนชาต จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท โดยถือหุ้นเป็นจำนวน 874,973,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 65.18 ของทุนจดทะเบียนที่เรียกชำระแล้ว
     ตามมติที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2556 ได้อนุมัติการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทจากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1,342,349,708 บาท เป็นทุนจดทะเบียนจำนวน 1,610,819,649 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่เพิ่มขึ้นจำนวน 268,469,941 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อรองรับการจ่ายปันผลเป็นหุ้นสามัญของบริษัท คิดเป็นการจ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.20 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตรา 5 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นปันผล ในกรณีที่หุ้นสามัญที่เกิดจากการจ่ายเงินปันผลคำนวณได้ออกมาเป็นเศษของหุ้น บริษัทจะจ่ายเงินปันผลในส่วนของเศษหุ้นนี้เป็นเงินให้แก่ผู้ถือหุ้น จากการจ่ายหุ้นปันผลในครั้งนี้ ทำให้บริษัทมีทุนชำระแล้วจำนวน 1,610,819,597 บาท (หุ้นสามัญ 1,610,819,597 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท)